วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553

Deep Purple ผู้สร้างตำนานฮาร์ดร็อกแห่งยุค 70'

ถ้าหากเอ่ยถึงเพลง Smoke on the water แล้ว ผู้คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักมันเป็นอย่างดี ส่วนเจ้าของบทเพลงที่ว่าก็เป็นศิลปินที่ผมจะนำเสนอต่อไปนี้ พวกเขาถือเป็นอีก1วงที่เป็นผู้บุกเบิกดนตรีฮาร์ดร็อกให้กระจายไปทั่วโลก วงที่ผมพูดถึงอยู่นี้คือ Deep Purple

DEEP PURPLE เกิดในปี 1968 ที่เมือง HERTFORD อังกฤษ โดยริตชี แบล็กมอร์ (RITCHIE BLACKMORE) นักกีตาร์และนักร้อง ชักชวนจอน ลอร์ด (JON LORD) นักแฮมมอนด์ออร์แกน ซึ่งมีพื้นฐานเรียนด้านดนตรีคลาสสิกมาก่อนมาร่วมก่อตั้ง โดยจ้างเอียน เพซ (IAN PAICE) มือกลองจากวง THE MAZE มาช่วย ชื่อ DEEP PURPLE มาจากชื่อเพลงโปรดของคุณยายของริตชี แบล็กมอร์

เริ่มแรก DEEP PURPLE เอาดีทางเล่นเพลงคัฟเวอร์ของศิลปินคนอื่นก่อน ประสบความสำเร็จกับเพลง HUSH ของ JOE SOUTH จากอัลบั้มชุดแรก SHAPES OF DEEP PURPLE, KENTUCKY WOMAN ของนีล ไดมอนด์ จากอัลบั้มชุดสอง THE BOOK OF TALIESYN ปี 1969 ออกอัลบั้มชุดสาม ชุด DEEP PURPLE ชุดนี้ที่เพิ่มเครื่องดนตรี เครื่องสาย และเครื่องลมไม้ (WOODWIND) เพลงในอัลบั้มเจือกลิ่นอายดนตรีคลาสสิก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฝีมือของจอน ลอร์ด เนื่องจากวง DEEP PURPLE มีการเปลี่ยนตัวสมาชิกบ่อยครั้ง โดยเฉพาะนักร้องนำ จึงเกิดการเรียกชื่อรุ่นขึ้น ซึ่งจากสามอัลบั้มแรก มีนักร้องนำคือ ร็อด อีแวนส์ เราจะเรียกว่ารุ่น MARK 1

หลังจากออกอัลบั้ม 3 ชุด DEEP PURPLE เดินสายเปิดการแสดงในอเมริกาได้พักหนึ่ง บริษัทแผ่นเสียงอเมริกัน TETRAGRAMMATON ที่สังกัดอยู่เกิดล้มละลาย พวกเขาตัดสินใจเดินทางกลับอังกฤษ ช่วงนี้ที่ร็อด อีแวนส์ นักร้องนำออกจากวง แบล็กมอร์เลยต้องมองหานักร้องคนอื่น ได้เอียน กิลแลน (IAN GILLAN) จากวง EPISODE SIX มาเป็นนักร้องนำแทน ต่อไปนี้เราจะเรียกว่า รุ่น MARK 2 (1970-1976) ซึ่งเป็นช่วงรุ่งโรจน์ที่สุดของ DEEP PURPLE ออกงานคลาสสิกร็อกมากมาย สมาชิกหลักประกอบด้วย

เอียน กิลแลน (IAN GILLAN) (นักร้องนำฮาร์โมนิกา, คองกา) (1969-1973), (1984-1989), (1992-ปัจจุบัน)

โรเจอร์ โกลเวอร์ (ROGER GLOVER) (เบส) (1969-1973), (1984-ปัจจุบัน)

เอียน เพซ (IAN PAICE) (กลอง, เพอร์คัสชั่น) (1968-1976), (1984-ปัจจุบัน)

ริตชี แบล็กมอร์ (RITCHIE BLACKMORE) (กีตาร์) (1968-1975), (1984-1993)

จอน ลอร์ด (JON LORD) (1968-1976), (1984-2001)

อัลบั้มชุดแรกที่บันทึกเสียงในห้องอัดได้แก่ชุด DEEP PURPLE IN ROCK ออกจำหน่ายในช่วงกลางปี 1970 เพลงเด่น อย่างเช่น SPEED KING, INTO THE FIRE, CHILD IN TIME รวมทั้งซิงเกิลฮิต BLACK NIGHT อัลบั้มชุดนี้ที่จุดประกายชื่อ DEEP PURPLE ดังไปทั่วยุโรป จากนั้นออกอัลบั้มชุด FIREBALL ตามมาในช่วงฤดูร้อนปี 1971 ซิงเกิล FIREBALL กับ STRANGE KIND OF WOMAN ซึ่งออกในแนวฮาร์ดร็อกนุ่มนวลกว่าเพลงในชุด IN ROCK กลายเป็นที่กล่าวขวัญ ระหว่างอยู่บนรถบัสมุ่งหน้าไปเปิดการแสดงที่เมือง PORTSMOUTH นักข่าวคนหนึ่งซึ่งนั่งมาด้วย ถามบรรดาสมาชิกว่า พวกคุณเขียนเพลงได้อย่างไร ทันใดนั้นริตชี แบล็กมอร์ หยิบกีตาร์ขึ้นมาเล่นเป็นทำนอง ขณะเดียวกัน เอียน กิลแลน ร้องออกมาเป็นคำร้องเข้ากับทำนองที่แบล็กมอร์เล่น ท้ายสุดกลายมาเป็นเพลง HIGHWAY STAR ที่บรรจุอยู่ในอัลบั้มชุด MACHINE HEAD (1972)

เดือนธันวาคม 1971 ชาวบรรดาสมาชิกเดินทางมาที่กาสิโนแห่งหนึ่งในเมืองมองเทรอส์ (MONTREUX) สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งตั้งใจจะใช้เป็นสถานที่บันทึกเสียงอัลบั้มชุดใหม่ชื่อ MACHINE HEAD ขณะกำลังรอใช้สถานที่พักอยู่ที่โรงแรมเป็นช่วงบ่าย ช่วงที่กำลังมีคอนเสิร์ตของ FRANK ZAPPA AND THE MOTHERS OF INVENTION ทันใดนั้นมีคนจุดพลุขึ้น โดนหลังคาเก่าของตัวกาสิโน ไฟเกิดลุกไหม้ เผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งอาคาร ทั้งเครื่องดนตรีของ FRANK ZAPPA วอดวายไปต่อหน้าต่อตา บรรดาสมาชิกเฝ้ามองเหตุการณ์เพลิงไม้จากโรงแรมที่พักอยู่ มาถึงตอนกลางคืนยังมองเห็นควันลอยอยู่เหนือพื้นน้ำในทะเลสาบซึ่งอยู่ติดกับกาสิโน ภาพติดตรึงตาโรเจอร์ โกลเวอร์ อยู่หลายวัน เช้าวันหนึ่งเขาละเมอออกมาจากปากว่า SMOKE ON THE WATER และจากเหตุการณ์ครั้งนั้นที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจแต่งเพลงนี้ขึ้นมาบรรจุในอัลบั้มชุด MACHINE HEAD ซึ่งใช้สถานที่บันทึกเสียงเป็นโรงแรมเก่าใกล้กับกาสิโนที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ เพลงอื่นที่โดดเด่นในอัลบั้ม อย่างเช่น SPACE TRUCKIN และ LAZY

ปี 1972 DEEP PURPLE เดินสายเปิดการแสดงตามเมืองต่างๆ ในอเมริกา จากนั้นเดินทางไปเปิดคอนเสิร์ตในญี่ปุ่น และที่นี่เองที่บันทึกเสียงอัลบั้มการแสดงสดแผ่นคู่ชื่อ MADE IN JAPAN กลายเป็นอัลบั้มการแสดงสดประเภทเพลงร็อกที่ได้รับความนิยมสูงสุดชุดหนึ่ง ปี 1973 DEEP PURPLE ออกอัลบั้มชุด WHO DO WE THINK WE ARE ซึ่งในชุดนี้มีเพลงฮิตอย่างเช่น WOMAN FROM TOKYO ขณะเดียวกันความขัดแย้งระหว่างเอียน กิลแลน กับริตชี แบล็กมอร์ และโรเจอร์ โกลเวอร์ เริ่มปรากฏชัด หลังจากคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อน 1973 เอียน กิลแลน ตัดสินใจลาออกจาก DEEP PURPLE จากนั้นไม่นานตามด้วยโรเจอร์ โกลเวอร์ นักร้องคนใหม่ที่เข้ามาแทนที่เอียน กิลแลน ได้แก่ เดวิด โคเวอร์เดล (DAVID COVERDALE) มือเบสได้แก่ GLENN HUGHES สมาชิกรุ่นใหม่เรียกว่า รุ่น MARK 3 บันทึกเสียงอัลบั้มหนักไปในทางบลูส์ร็อก ชื่อชุด BURN (1974) ตามด้วยชุด STORMBRINGER (1974) เพลงเด่นจากอัลบั้ม อาทิ LADY DOUBLE DEALER THE GYPSY และ SOLDIER OF FORTUNE ขณะเดียวกัน ริตชี แบล็กมอร์ รู้สึกตัวว่าลีลาสไตล์การเล่นกีตาร์ของเขาไม่เหมาะกับสไตล์เพลงโซล เพลงฟังก์ จึงตัดสินใจออกจากวงไปฟอร์มวงใหม่ชื่อ RAINBOW ส่วนสมาชิกที่เข้ามาแทนที่ริตชี แบล็กมอร์ ได้แก่ TOMMY BOLIN ซึ่งรุ่นต่อไปนี้ใช้ชื่อรุ่น MARK 4 ระหว่างนี้ไม่มีผลงานอะไรโดดเด่น มาถึงปี 1976 เดวิด โคเวอร์เดล เริ่มเบื่อหน่าย ตัดสินใจลาออก ส่วน TOMMY BOLIN กลายเป็นศิลปินติดยา เมื่อเป็นเช่นนั้น จอน ลอร์ด กับเอียน เพซ สองสมาชิกหลักไม่เห็นแววที่ DEEP PURPLE จะเดินหน้าต่อด้วยความสำเร็จ จึงตัดสินใจยุบวง

ปี 1984 บรรดาสมาชิกรุ่น MARK 2 กลับมารวมตัวกันอีกครั้งออกอัลบั้มชุด PERFECT STRANGERS (1984) และตามด้วยชุด THE HOUSE OF BLUE LIGHT (1987) ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งระหว่างริตชี แบล็กมอร์ กับเอียน กิลแลน เริ่มประทุขึ้นอีกครั้ง จนในที่สุดเอียน กิลแลน ถูกให้ออกจากวง ได้ JOE LYNN TURNER ซึ่งเคยอยู่กับวง RAINBOW มาเป็นนักร้องนำแทนในปี 1989 จากนั้นออกอัลบั้มชุด SLAVES & MASTERS (1990) ซึ่งในช่วงโปรโมตอัลบั้ม DEEP PURPLE เดินสายมาเปิดคอนเสิร์ตในบ้านเรา โดยมี JOE LYNNT TURNER เป็นนักร้องนำ อัลบั้มชุด SLAVES & MASTERS ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะบารมีของ JOE LYNN TURNER สู้เอียน กิลแลนไม่ได้ ทำให้มีการเรียกตัวเอียน กิลแลน กลับเข้า DEEP PURPLE อีกครั้ง พร้อมกับบันทึกเสียงออกอัลบั้มชุด THE BATTLE RAGES ON (1993) ช่วงระหว่างคอนเสิร์ตที่เมืองเบอร์มิงแฮมในปี 1993 ริตชี แบล็กมอร์ ประกาศตนว่าจะลาออกจาก DEEP PURPLE ทันทีที่เสร็จสิ้นจากคอนเสิร์ตในยุโรป แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้น เมื่อแบล็กมอร์ตัดสินใจออกกลางคันระหว่างคอนเสิร์ตที่เมืองเฮลซิงกิ ฟินแลนด์ บรรดาสมาชิกต่างเดือดร้อน โชคดีได้ JOE SATRIANI มาเล่นกีตาร์แทน จนถึงในปี 1994 ที่สตีฟมอร์ส (STEVE MORSE) อดีตสมาชิกวง DIXE DREGS เข้ามาทำหน้าที่แทน ส่วนจอน ลอร์ด มือคีย์บอร์ดตัดสินใจออกจากวงในปี 2001 ดอน แอรีย์ (DON AIRRY) ซึ่งเคยอยู่กับ RAINBOW เข้ามาแทน จนกระทั่งถึงปัจจุบัน

Credit:http://www.thaipost.net/tabloid/020510/21582

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น